Varumpa's profileBee With You ~ เปิดบันทึ...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    November 20

    Escaped From A Cat

     
                    มีเรื่องประหลาดจะเล่าให้ฟังล่ะ เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง เรื่องมีอยู่ว่า...เมื่อวานเราก็รอกลับบ้านพร้อมกับยูมิจังตามปกติ เราก็รอยูมิจังในตึกคณะวิทยา แล้วทีนี้มีแมวตัวหนึ่งสีขาวอมครีม น่ารักดี มาร้อง "เมี้ยว เมี้ยว" เสียงดังอยู่หน้าตึก เราก็คิดว่ามันหนาวเลยออกไปดู ยูมิจังก็มาพอดี เราก็ไม่ได้สนใจแมวตัวนั้น เพราะนึกว่าคงเป็นแมวแถวมหา'ลัย (ที่มหา'ลัยมีแมวจรจัดเยอะมาก) เราก็เดินกลับบ้านพร้อมยูมิจัง โดยปกติเรากับยูมิจังจะแวะซื้อของที่ Apple Land (ชื่อซุปเปอร์มาเกตนะ) กันก่อนเข้าบ้าน แต่เมื่อวานแวะที่ Cosco ก่อน เรากับยูมิจังก็เดินตามถนนเส้นใหญ่เหมือนเดิมทุกอย่าง แต่แมวตัวนั้นก็เดินตามเรามาตั้งแต่มหา'ลัยเลย ขนาดข้ามถนนมันก็ยังตามมา เราก็เริ่มตกใจละ เฮ้ย!!! มันจะตามเราไปถึงไหนเนี่ย ในใจก็คิดว่าใครส่งบอดี้การ์ดมาคุ้มกันเราหรือเปล่า ฮาๆๆ พอเข้าไปใน Cosco มีป้ายแปะหน้าร้านว่า ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้ามา มันก็ไม่ได้ตามเข้ามานะ เราก็รอยูมิจังซื้อของ พอซื้อเสร็จออกมาก็เห็นแมวมันรอเราอยู่ เดินวนไปเวียนมา ร้องเมี้ยวเมี้ยวอยู่ ยูมิจังก็ถามว่า "บีจะเอายังไงเนี่ย มันตามบีมาตลอดเลยอ่ะ จะเอาไปเลี้ยงไหม (พูดติดตลกน่ะ) บีใส่กลิ่นอะไรหรือเปล่าเนี่ย" ฮาๆๆ เราไม่ได้ทำอะไรเลยนะ แกล้งทำเป็นไม่สนใจแมวแล้วด้วยนะ เสร็จแล้วก็ไปซื้อของที่ Apple Land ต่อ มันก็ยังตามมาอีก เกือบเข้าไปใน Apple Land ด้วยกันแล้ว คราวนี้สงสัยมันจะหิว แต่เรากับยูมิจังก็ซื้อของกันนาน พอกลับออกมาเรากระซิบบอกยูมิจังว่า "รีบหนีกันเถอะ เดี๋ยวแมวมันตามมาอีก" แต่แมวมันไม่อยู่แล้ว สงสัยรอนานเกินไป ฮาๆๆ แล้วเรากับยูมิจังก็กลับบ้านด้วยกันอย่างสงบสุข ไร้แมวรบกวน ...Happy Ending...
     
                    วันนี้...โชคดีอีกแล้วล่ะ วันนี้มาทำแลปตั้งแต่เช้า ก็คิดว่าจะรีบแย่งชิงใช้เครื่องซีเควนส์ก่อนใคร งานเราจะได้เสร็จไวๆ ก็ไปทำแลปที่ห้องแลปคนอื่น (อย่างที่บอก) พอเตรียมสารอะไรเสร็จแล้วก็ไปทำต่อที่ห้องซีเควนส์ แต่ละห้องก็อยู่คนละชั้นกันเลย ต้องขึ้นลง 3 ชั้น ห้องแลปเราอยู่ชั้น 1 ห้องแลปที่เราไปทำอยู่ชั้น 2 และห้องซีเควนส์อยู่ชั้น 3 แต่ก็ขึ้นลงบันไดบ่อยๆ จนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว บางทีก็ลื่นเกือบตกบันไดบ้าง ฮาๆๆ พอทำแลปเสร็จลงมาล้างของที่ห้องแลปชั้น 2 ปรากฏว่าโต๊ะแลปไม่ว่างแล้ว มีโพสด็อกมาทำแลป หุหุ หวังว่าคงไม่ได้ใช้เครื่องซีเควนส์นะ เพราะว่าเราใช้อยู่ แหมๆๆ lucky in work แล้ว ขอ lucky in love บ้างสิ >_<
     
                     วันนี้...อากาศก็หนาวมากเหมือนเคย แต่รู้สึกว่าหนาวขึ้นกว่าเก่า เหอๆๆ อุณหภูมิเข้าใกล้ศูนย์จนเกือบจะติดลบแล้ว ต้นไม้ก็โกร๋นหมดแล้ว หนาวจนจะขาดใจ ขอไออุ่นให้ (หัวใจ) ฉันหน่อยสิ รอวันหิมะตกนะ
    November 19

    So Lucky

     
                    ช่วงนี้...รู้สึกว่าตัวเองโชคดีหลายอย่าง เมื่อวันอังคารไปซื้อของที่สหกรณ์มหา'ลัย ได้ของแถมอย่างไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นชิ้นสุดท้ายพอดีด้วย ทำแลปผลแลปก็ขึ้น หลังจากที่ทำไม่ขึ้นมา 2 ครั้งแล้ว กำลังคิดจะเปลี่ยนใจแล้วเชียว และที่สำคัญตอนเย็นเซนเซก็พาไปเลี้ยงซูชิอีก อะไรจะได้ลาภลอยขนาดนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ได้ตั้งใจอีกเช่นกัน พอดีเซนเซมาคุยกับน้องที่แลป แล้วเราก็กำลังทำแลปอยู่ แกก็เอ่ยปากชวนเรากับน้องที่แลปไปทานอาหารเย็น แกก็ถามว่าอยากทานอะไร เราก็คิด คิด และก็คิด ว่าอยากทานอาหารจีน (เพราะว่ามันแพงดี ก็ไม่ได้จ่ายตังค์เองนี่นา) แต่สุดท้ายแกก็พาเรากับน้องที่แลปไปกินซูชิร้านหรูที่แกเคยพาไปเมื่อเกือบ 3 ปีก่อน เรายังจำบรรยากาศร้านได้ดี และแกก็สั่งซูชิมาเหมือนเดิมที่เคยกินเลย (เราจำได้นะ) แต่ก็ตลกดี เราบอกว่าอยากทานอาหารจีน แต่แกดันพามาร้านซูชิ สงสัยที่คุยกันแกคงลืม และก็เป็นที่น่าแปลกใจอย่างมาก ไม่รู้ว่ามีโอกาสพิเศษอะไรหรือเปล่าถึงได้มาเลี้ยงอาหารเย็นได้ สงสัยแกจะเหงามั้ง เพราะปกติร้อยวันพันปี แกไม่เคยจะเอ่ยปากชวนไปเลี้ยงข้าวเลย
     
                    วันพุธ...เพื่อนที่แลปไปฮอกไกโดมา ก็เอาช็อคโกแลตที่มีชื่อเสียงของฮอกไกโดมาฝาก เค้ามีให้เลือกรสชาติด้วย (ให้คนละชิ้นน่ะ) มี 4 รส ก็มี white chocolate, milk chocolat รสกาแฟ และอีกอันเป็นอะไรก็ไม่รู้ เพราะว่ามีคนหยิบไปแล้ว แต่เราก็เลือก white chocolate ของโปรดอย่างไม่ลังเล อร่อยมากมาย v^^v อีกคนไปคิวชูมาก็เอาของกินมาฝาก
     
                    วันนี้...อากาศหนาวมากๆๆๆๆ อุณหภูมิ 1-11 องศา จริงๆ หนาวมา 3 วันแล้ว บรรยากาศเหมือนหิมะจะตก แต่ไม่ตก มีฝนตกแทน หิมะไปตกบนเขาโน้น ภูเขาขาวโพลนเลย ทำให้อากาศข้างล่างหนาวมาก ><"
     
                    วันนี้...ก็มาทำแลปตามปกติ แต่ความรู้สึกมันบอกว่าทำที่ห้องแลปตัวเองดีกว่า (ปกติไปทำที่ห้องแลปคนอื่น) โชคดีที่เชื่อความรู้สึกของตัวเอง เพราะห้องแลปที่จะไปทำนั้นโต๊ะแลปไม่ว่าง เราก็แค่เอา sample ไป centrifuge ที่แลปนั้นแทน ตอนบ่ายก็ไม่ได้ทำ เพราะว่าห้องมันล็อค สมาชิกในแลปไปสัมมนากันหมด ดูผล sequence ต่อก็ได้ ใกล้เสร็จละ
    November 11

    Autumn Rain

     
                    ฤดูหนาวกำลังจะมาเยือน ฝนตกตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ตอนนี้ฝนก็ยังไม่หยุดตกเลยล่ะ และมีท่าทีว่าจะตกติดต่อกันไปอีกหลายวัน เป็นฝนที่แสดงถึงการเปลี่ยนฤดู จากฤดูใบไม้ร่วงเป็นฤดูหนาว ทำให้ใบสีเหลืองของต้นแปะก๊วยร่วงหล่นเต็มพื้น ดูแล้วเหมือนปูพรมสีทองเลย สวยดีเหมือนกัน
    November 09

    Activities On Weekend

     
                    เมื่อวันเสาร์...พี่ปอยมาที่นางาโนะ (หลังจากที่พี่ปอยกลับไทยไปแล้ว ไม่ได้เจอกันมา 6 เดือน) ก็จัดทริปนัดรวมพลชาวชินชูซะหน่อย มีบี พี่ปอย พี่นก พี่นุ้ย และน้องมายด์ (พาน้องใหม่มาเปิดตัว) เรากับน้องมายด์ก็นั่งรถไฟรอบ 7.30 น. จากมัตสึโมโตะ เพื่อไปตามนัดที่สถานีนางาโนะ ร่วมด้วยพี่นกนั่งรถไฟมาจากอุเอดะและพี่นุ้ยนั่งชินกันเซนมาจากโตเกียว ณ เวลา 9.00 น. ก็เริ่มออกเดินทาง โดยมีพี่ปอยเป็นคนขับรถพาเที่ยว ขับไปเที่ยวที่ Hakuba และ Omachi เพื่อไปดูโคโย (ใบไม้เปลี่ยนสี) ตอนนี้ก็กำลังสวยเลย มีสีเหลืองและสีส้มเป็นส่วนใหญ่ ต้นไม้บนเขาที่นางาโนะจะไม่ค่อยมีใบไม้สีแดงสักเท่าไหร่ ส่วนบนยอดเขาใบไม้ก็ร่วงไปหมดแล้ว มองเห็นลานสกีที่ยังไม่มีหิมะ (รอหิมะตกก่อนเถอะ จะไปเล่นสกี) ตอนกลางวันก็แวะทานโซบะอร่อยๆ พี่ปอยเป็นคนการันตีเองเลย ขับไปชมทะเลสาบสีเขียวและเขื่อน Omachi Dam บนยอดเขา Alps มีหิมะแล้วนะ เวลามองเงาโคโยกับเทือกเขา Alps สะท้อนบนทะเลสาบ (เหมือนส่องกระจก) สวยมากเลยทีเดียว ตอนเย็นก็ขับกลับมาที่นางาโนะและไปไหว้พระขอพรที่วัด Zenkoji หลังจากนั้นก็ไปเฮฮาที่ต่อที่คาราโอเกะ ^^ ขากลับพี่ปอยกับพี่นกก็ขับรถมาส่งเรากับน้องมายด์ถึงบ้านเลย ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ได้ออกจากห้องแลป พักสายตากับผลซีเควนส์ที่ดูมาหลายวัน รู้สึกว่าไปเที่ยวเดือนละครั้งเองนะเนี่ย ได้พักผ่อนแล้วก็กลับมาทำงานต่อ
     
                    วันอาทิตย์...ตื่นสายหน่อย กะจะนอนให้เต็มที่ แต่ก็ยังรู้สึกพักผ่อนไม่เพียงพอเลย เรากลับบ้านดึกและตื่นเช้ามา 2 สัปดาห์แล้ว มาดูผลซีเควนส์ที่แลปต่อ (เมื่อไหร่งานจะเสร็จซะทีนะ ก็ทำอยู่ทุกวันแล้วเนี่ย บางทีแค่มองคอมพิวเตอร์ก็เวียนหัวแล้วอ่ะ) ตอนเย็นมีนัดกับยูมิจัง เพื่อไปดู Disney On Ice ที่สนามกีฬาที่อยู่ข้างๆ มหาวิทยาลัย นี่เป็นครั้งที่ 2 ในชีวิตที่ได้ดู Disney On Ice ครั้งแรกเคยดูที่ไทยที่ Indoor Stadium หัวหมาก ตอนนั้นเด็กมากๆ จำอะไรไม่ค่อยได้แล้ว ดูครั้งนี้ก็สนุกดีนะ แต่นึกว่าจะอลังการกว่านี้ (จองบัตรไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคม) ลานไอซ์สเกตเล็กไปหน่อย คนแสดงก็กระโดดหมุนตัวพลาดนิดหน่อย โดยรวมก็โอเคอ่ะ ><"
    November 03

    Snow on the Mountain

     
                    วันนี้...ตื่นมาพร้อมกับอากาศที่หนาวเย็นยะเยือก อากาศหนาวมากๆๆๆๆ อุณหภูมิในตอนเช้า 5 องศา พยากรณ์อากาศบอกว่าอุณหภูมิสูงสุดของวันนี้อยู่ที่ 10 องศา บนภูเขาเป็นสีขาวแล้วนะ สงสัยหิมะจะตกเมื่อคืน แต่วันนี้อากาศดีมากๆ เลยนะ เหมือนเมื่อวานไม่มีฝนตก หวังว่าวันนี้คงจะได้เห็นพระจันทร์เต็มดวงอีกวัน จริงๆ แล้วตามปฏิทินของประเทศญี่ปุ่น พระจันทร์จะเต็มดวงหลังจากไทย 1 วัน สู้กับความเหน็บหนาวต่อไป ><"
     
                    เมื่อกี๊...ออกไปดู Full Moon มาแล้วล่ะ พระจันทร์กลมดีจัง สว่างมาก เหมือนลูกปิงปองเลยอ่ะ มองเห็นกระต่ายด้วยนะ พระจันทร์จะรู้ไหมว่า เราแอบหลงใหลเธออยู่นะ แต่อากาศข้างนอกหนาวมากๆๆๆๆ เลย
    November 02

    Mizore

     
                    วันนี้...อากาศหนาวมากๆๆๆๆ ><" ฝนตกลงมาเป็นน้ำแข็งเลยล่ะ ภาษาญี่ปุ่น เรียกว่า "mi-zo-re" แปลว่า หิมะปนฝน นั่นก็หมายความว่า ฝนกับหิมะตกลงมาพร้อมกัน แต่ไม่ค่อยเป็นหิมะสักเท่าไหร่ เป็นเกล็ดน้ำแข็งเล็กๆ มองผ่านๆ นึกว่าเป็นฝน แต่ถ้าเอามือรองจะเห็นชัดเลยว่าเป็นน้ำแข็ง ลมก็พัดแรงมาก ทำให้หน้าแดงเลย พยากรณ์อากาศก็บอกว่าฝนจะตก อีกช่องบอกว่าหิมะจะตก สรุปแล้วว่าตกลงมาพร้อมกันเลย เออดีเนอะ
     
                    เมื่อเช้า...อากาศดีมากเลย มีเมฆเป็นบางส่วน ไม่นึกว่าฝนจะตกลงมาจริงๆ ทำให้อดเห็นพระจันทร์เต็มดวงในวันลอยกระทงเลย ดูจากข่าวบอกว่าที่ฮอกไกโดหิมะตกแล้วนะ ตอนนี้ภูเขาที่นี่ก็กลายเป็นสีเหลืองแล้ว เพราะใบไม้เปลี่ยนสี แต่ก็ยังมีสีเขียวให้เห็นอยู่ อีกไม่นานคงได้เห็นเป็นสีขาว อยากเล่นหิมะ แต่อากาศหนาวขนาดนี้ก็ทนไม่ไหวนะ ซามุ่ยๆๆ
    October 31

    Happy Halloween

     
                    วันนี้...วันสิ้นเดือนอีกแล้ว วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วและไม่มีวันหวนคืน เราต้องทำทุกวันอย่างมีคุณค่ามากที่สุด เพื่อตัวเองและคนที่เรารัก และใช้เวลาให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ไม่ต้องไปสนใจกับอดีตที่ผ่านมาแล้ว ทุกวันสามารถเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วอนาคตก็จะดีตามไปเอง ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ขอแค่เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว ผลจะออกมาดีหรือไม่ดี ก็ต้องยอมรับมันให้ได้ ถือว่าเราทำเต็มที่ที่สุดแล้ว พยายามกันต่อไปนะ เพื่ออนาคตที่ดี
     
                     วันนี้...ครบ 1127 วัน หรือ 161 สัปดาห์ หรือ 37 เดือน ที่ใช้ชีวิตอยู่ญี่ปุ่น ถ้าพูดกันจริงๆ ก็คงอยู่แค่ 36 เดือน เพราะว่าปีที่แล้วกลับไทยไปประมาณ 1 เดือน เพิ่งกลับไปเยี่ยมบ้านแค่ครั้งเดียวเอง จริงๆ ตอนแรกตั้งใจจะกลับปีละครั้ง แต่สถานการณ์มันทำให้ไม่ได้กลับ เช่น ทำแลป สัมมนาแลป ก็มีแต่เรื่องเรียนนี่แหละ อยากพักผ่อนบ้างน้า แต่อีกไม่นานเกินรอก็คงได้พักยาวไปเลย อิอิ วันนี้ก็สู้และเครียดกันต่อไป วันหน้าจะได้สบาย (ถึงสิ้นปีนี้ก็ครบ 1188 วันพอดี) มีคนที่เรารักรออยู่ที่ไทยมากมาย
     
                     ตอนนี้...อากาศหนาวมากๆๆ แต่อุณหภูมิยังไม่ต่ำสักเท่าไหร่ อากาศดีมาก ตอนกลางวันรู้สึกอบอุ่นกำลังดีเลย อบอุ่นทั้งกายและใจ ^^
    October 25

    Colorful Season

     
                    ใบไม้เปลี่ยนสีแล้วนะ ตอนนี้ใบไม้มีหลายสีเลย ทั้งสีแดง สีเหลือง และสีส้ม บรรยากาศกำลังสวยเลยทีเดียว ใบของต้นแปะก๊วยก็เป็นสีเหลืองแล้วนะ อยากให้เธอได้มาเห็นอย่างฉันบ้าง ฤดูใบไม้ร่วงถึงจะเป็นฤดูที่ดูเศร้า เพราะว่าใบไม้จะร่วงจนหมด แต่ว่าเป็นฤดูที่มีสีสันมากที่สุดในบรรดาสี่ฤดูแล้ว อากาศก็หนาวมากๆ เลย เริ่มมองเห็นหิมะบนยอดเขาแล้ว แต่เป็นยอดเขาที่สูงมากๆ นะ ตอนนี้เปลี่ยนไปใส่เสื้อผ้าฤดูหนาวแล้วด้วย
    October 13

    Winery

     
                    เมื่อวาน...ยูมิจังชวนไปดูโรงงานไวน์และไร่องุ่นที่ Yamabe Winery อยู่ที่เมืองมัตสึโมโตะนี่แหละ นั่งรถบัสไปจาก bus terminal 15 นาทีก็ถึงแล้ว เราไม่เคยรู้จักสถานที่นี้มาก่อนเลย แถวนั้นค่อนข้างเงียบสงบและเป็นชนบทมาก มีไร่องุ่นและสวนแอ็ปเปิ้ลที่กำลังออกผลอยู่เต็มต้น เห็นแล้วน่าทานจริงๆ เลย ไปโรงงานผลิตไวน์ก็ต้องได้ชิมไวน์แน่นอน ไวน์ที่ได้ชิมก็มีทั้งไวน์แดงและไวน์ขาว กลิ่นหอม ดื่มแล้วลื่นคอมากเลย มันช่างคล่องคอเสียเหลือเกิน แต่ไม่ได้ดื่มจนเมานะ ส่วนโรงงานจริงๆ เค้าไม่ให้ดูอ่ะ ดูได้นิดเดียว ตอนรอรถบัสขากลับก็เดินชมไร่องุ่น (รถบัสนะ 3 ชั่วโมงจะมาคันนึง เหอๆๆ ชนบทจริงๆ เลย) ที่นี่มีการให้เก็บองุ่นกินจากสวนด้วย 1,000 เยน ไม่จำกัดเวลา แต่เราไม่ได้กินหรอก เพราะว่าไม่ได้ชอบองุ่นมากขนาดนั้น แต่ได้ชิมองุ่นสีม่วงด้วย ลูกใหญ่ ไม่มีเม็ด อร่อยดี
     
                    หยุด 3 วัน...ไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกทุกวันเลย ไม่ได้ทำแลป (ไม่ได้เข้าแลปด้วยซ้ำ) หุหุ ชอบบ่นว่าไม่ได้เที่ยวดีนัก รู้สึกว่าเหนื่อย ไม่ได้พักเลยอ่ะ แต่ก็ไม่ได้ไปที่ไหนไกลเลยนะ อยู่ในมัตสึโมโตะนี่เอง เมืองมัตสึโมโตะก็มีสถานที่ดีๆ และน่าเที่ยวเยอะเหมือนกันนะเนี่ย พักเหนื่อยจากการทำแลปไปชมธรรมชาติและสูดอากาศบริสุทธิ์แบบนี้บ้างก็ดีเนอะ
    October 11

    Kamikochi & Soba

     
                    เมื่อวาน...ไปเที่ยวที่ Kamikochi กับพี่นกและรุ่นน้องของพี่นก Kamikochi เป็นอุทยานแห่งชาติญี่ปุ่น ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองมัตสึโมโตะ นี่ก็เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่เราไป (เราเคยไปแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน) แต่คราวนี้ไปบริเวณมากกว่าครั้งที่แล้ว เพราะว่าได้ไกด์ดี ไป Taisho Pond, Tashiro Pond, Kappa Bridge, Myojin Bridge, Myojin Pond และเดินป่า รวมทั้งหมดที่เดินไปก็ประมาณ 10 กิโลเมตรนิดๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะเดินเยอะขนาดนี้ ก็เดินไปเรื่อยๆ ไม่มีพัก เพราะว่าเวลาจำกัด ที่ Kamikochi ใบไม้เปลี่ยนสีแล้วนะ แต่เป็นบนเขานู้นแหนะ ตอนแรกอากาศก็เป็นใจอย่างดี แดดออก ฟ้าใสเชียว แต่ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงฝนก็ตกลงมา เราดูพยากรณ์อากาศมาแล้วนะว่าฝนไม่ตกแน่ๆ ฝนก็ช่างกวนใจจริงๆ เลย ตกๆ หยุดๆ (เดาใจยาก) แต่ก็ต้องเดินกางร่มต่อไป เพราะว่าไม่มีที่หลบฝน ต้องรีบเดินไปให้สุดทางอย่างเดียว คนที่ไปเที่ยวก็ไม่เยอะอย่างที่คิดเลย ถ่ายรูปมาได้น้อยอ่ะ แต่ก็อิ่มเอมกับบรรยากาศธรรมชาติ หนาวได้ใจจริงๆ เลย เอาไว้รอดูรูปนะ
     
                    วันนี้...ไปงาน Soba Festival กับยูมิจังที่ Matsumoto Castle ปีนี้ก็เป็นครั้งที่ 6 แล้วที่จัดงานนี้ ซึ่งเราก็ไปมา 3 ครั้งแล้ว แต่คนที่ไปด้วยเปลี่ยนไปทุกปี วันนี้ก็ไปกินร้านโซบะที่มาจากฮอกไกโด (อยากกินมาตั้งนานแล้วอ่ะ) เราก็เลือกโซบะที่มีเทมปุระหอยเชลล์ พอได้โซบะเราก็หันไปถามยูมิจังทันทีว่า "ไหนอ่ะหอยเชลล์" แบบว่ามันลงรูปในโปสเตอร์หอยตัวใหญ่มาก ฮาๆๆ เราก็เลยอยากกิน แต่แหมๆๆ แอบผิดหวังเล็กน้อย ได้กินแค่เศษหอย ฮือๆๆ อุตส่าห์รอตั้งนาน คนต่อคิวยาวมากเลย อร่อยดี แต่ยังไม่อิ่มเลย เพราะว่าให้น้อยอ่า ก็เลยไปกินไอติมต่อ หุหุ กินรส choco chip กับรสเกาลัด นี่เป็นครั้งแรกที่กินไอติมรสเกาลัด ไม่คิดว่ามันจะอร่อย เนื้อเกาลัดหวานอร่อยมาก ไม่ใช่เราคนเดียวนะที่กินไม่อิ่ม ยูมิจังก็ซื้อโอยากิมากินเหมือนกัน วันนี้อากาศดีมากมาย บรรยากาศน่านอน กินไอติมท้าลมหนาวมันช่างมีความสุขจริงๆ นะ กลับถึงบ้านก็นอนพัก เพราะว่าเหนื่อยล้า
    October 08

    Because Of Typhoon

     
                    เมื่อคืน...พายุเข้าเกาะฮอนชูอย่างรุนแรง แต่จังหวัดนางาโนะไม่เป็นอะไรเลย เพราะว่าล้อมรอบไปด้วยภูเขา ฝนตกหนักมากทั้งคืนเลย
     
                    วันนี้...ที่มหาวิทยาลัยประกาศหยุดเรียนทุกแคมปัส ตอนเช้าเราก็ไม่ได้มาแลป เพราะว่าฝนตก (กลัวโดนพายุพัดอ่ะ) นั่งดูข่าวอยู่ที่บ้าน พายุค่อนข้างรุนแรงมากทีเดียว คลื่นทะเลสูงมากขนาดพัดขึ้นมาบนถนนเลย รถไฟหยุดวิ่งทั้งหมด เครื่องบินงดเที่ยวบินทั้งหมด ทางด่วนก็ปิดเส้นทาง จากที่ออกข่าวดูแล้วน่ากลัวมาก แต่ที่มัตสึโมโตะมีฝนตกแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น (สงสัยพัดไปหมดแล้ว) เมื่อเช้าดูกระจกตรงระเบียงห้องเปียกไปหมดเลย มีรอยฝนสาดเข้ามา ท่าทางเมื่อคืนลมจะแรงมาก (ไม่รู้สึกตัว)
     
                    ตอนบ่าย...อากาศดีขึ้นแล้ว แดดออก ฝนไม่ตกแล้ว ฟ้าหลังฝนช่างงดงามจริงๆ เราก็มาแลปดีกว่า อยู่บ้านแล้วเบื่ออ่ะ ไม่มีอะไรทำ มาทำแลปต่อดีกว่า เมื่อวานทำค้างไว้ เพราะว่าย้ายของจากตู้เย็น -30 องศา ไปตู้เย็น -80 องศา ถ้าเปิดตู้เย็นแล้วอุณหภูมิเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (ไม่ดี) เมื่อวานก็เลยทำแลปค้างไว้อย่างนั้น (คนญี่ปุ่นจะเคร่งครัดอะไรขนาดนั้น)
     
     
    ปล. ใบไม้ (สีเขียว) ยังไม่ทันเปลี่ยนสีเลย ร่วงซะแล้ว เพราะพายุไต้ฝุ่น
    October 07

    Welcome Back

     
                    วันนี้...หนาวจัง อากาศกลับมาเย็นอีกแล้ว อุณหภูมิประมาณ 15 องศา มีหมอกหนามากในตอนเช้า เมฆลอยต่ำมาก มองออกไปไม่เห็นภูเขา พยากรณ์อากาศบอกว่าจะมีฝนตก แต่ไม่เห็นตกเลย ทำให้เราไม่ได้เอาผ้าไปตากข้างนอก แต่ถึงยังไงก็ไม่มีแดดอยู่แล้ว เดี๋ยวผ้าจะชื้นเปล่าๆ
     
                    วันนี้...ยูมิจัง (เพื่อนสาวข้างห้อง) จะกลับมาแล้ว เค้ากลับบ้านเกิดที่โตเกียวตอนปิดเทอม ปล่อยให้เราอยู่คนเดียวตั้ง 2 เดือน ข้างห้องไร้คนอยู่อาศัย มีเมล์มาบอกว่า "จะกลับมาแล้ว เปิดเทอมมีเรียนดึกด้วย จะทำยังไงดี เป็นกังวลเหลือเกิน" แหนะมาอ้อนเราอีก เราก็เลยเมล์กลับไปว่า "จะกลับบ้านด้วยกันก็ได้นะ" เค้าดีใจใหญ่เลย ฮาๆๆ มีสาวมาอ้อนเราด้วย
     
     
    ปล. เซนเซกลับมาแล้วล่ะ --" และพรุ่งนี้พายุเข้านางาโนะด้วย 'o'
    October 05

    Exercise

     
                    เมื่อวาน...ไปงานแข่งขันกีฬาประจำปีของชาว Motomachi ตามคำชวนของมาคิจัง เนื่องจากวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ผ่านมาที่คณะตัดไฟ ยังไงก็ไม่สามารถทำแลปได้ ก็เลยตกลงไปงานแข่งขันกีฬา ซึ่งสถานที่จัด คือ โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งของเมืองมัตสึโมโตะ (วันเสาร์นอนอืดอยู่ที่บ้านทั้งวันเลย เบื่อมาก) อากาศดีมาก ท้องฟ้าใส ไม่มีเมฆเลย เป็นครั้งแรกที่เราได้ร่วมการแข่งขันกีฬาของชาวญี่ปุ่น มีคนร่วมงานตั้งแต่เด็ก 2 ขวบจนถึงคนชราวัย 80 ปีเลยทีเดียว (คนแก่ที่นี่แข็งแรงกันจริงๆ นะ) การแข่งขันก็สนุกดี ไม่ได้แข่งแบบชิงรางวัล เพราะว่าทุกคนที่ร่วมลงแข่งขันก็ได้รางวัลกัน ยังไงก็ไม่กลับบ้านมือเปล่าอย่างแน่นอน รางวัลก็เป็นพวกกระดาษทิชชู่ น้ำยาล้างจาน ถุงใส่ขยะ เป็นต้น มาคิจังบอกว่า "ไม่ดีใจเลยที่ได้รางวัล" ฮาๆๆ พวกคุณแม่บ้านน่าจะชอบของพวกนี้นะ ส่วนอันไหนที่เราได้แล้วไม่ใช้ก็ให้มาคิจังไปใช้ที่บ้านแทน การแข่งขันส่วนใหญ่จะเป็นการวิ่งแข่งหรือวิ่งผลัด ซึ่งเราก็ไม่ได้ถนัดเรื่องการวิ่งสักนิดเลย วิ่งครึ่งรอบสนามก็เหนื่อยแล้วอ่า เราก็ลงแข่งไป 4 รายการ (แข่งเอามันส์น่ะ) แต่ละอย่างก็ไม่เคยทำมาก่อน เช่น วิ่งไล่ล้อรถจักรยาน (อันนี้ยากมาก เราทำไม่ได้อ่ะ) วิ่งคาบขนมปัง วิ่งผลัดเทน้ำใส่ขวด และวิ่งผลัด 10x100 เมตร ก็วิ่งร่วมกับลุงๆ ป้าๆ นั่นแหละ เราไม่ได้ออกกำลังกายแบบนี้มานานมากแล้ว
     
                    ด้วยความที่แดดดีมาก ทำให้เราตัวดำและหน้าแดงไปเลย ลืมทาครีมกันแดดอ่า หน้าเป็นรอยแว่นตากันแดดเลย แงๆๆ อุตส่าห์รักษาผิวขาวๆ ไว้อย่างดี มาคิจังให้หมวกเรามาใบนึงด้วย เพราะว่าเราลืมเอาหมวกไป ฮาๆๆ เรานั่งกางร่มแทนต่างหาก อาหารกลางวันก็นั่งทานร่วมกับมาคิจังและแม่ของมาคิจัง (ทำมาข้าวปั้นมาเผื่อเราด้วยล่ะ) อร่อยมากๆๆ กินแล้วมีพลังขึ้นเยอะเลย ตอนเย็น...มาคิจังก็ขับรถพาเราไปซื้อของที่ร้าน Daiso และกินพาสต้าที่ Shiojiri (จริงๆ แล้วมาคิจังอยากไปน่ะ เราก็เลยไปเป็นเพื่อน) เสร็จแล้วมาคิจังก็ขับรถมาส่งเราที่บ้าน แอบเหนื่อยและปวดขา แต่ก็สนุกไปอีกวันที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนรัก ได้ประสบการณ์มากมาย
     
                    วันนี้...อากาศหนาวจัง เนื่องจากเมื่อวานที่คณะตัดไฟ ทำให้เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นเกือบทุกแลป เพราะว่าจ่ายไฟผิด (เพื่อนบอกมาอีกที) จากไฟปกติ 110 Volt เป็น 220 Volt ทำให้ตู้เย็นเสียไปพักหนึ่ง เจ้าหน้าที่ก็วิ่งกันให้วุ่นทั้งวันเลย หวังว่า samples ของเราคงอยู่อย่างปกติ วันนี้ก็เลยไม่ได้ทำแลป (เหอๆๆ เกี่ยวกันไหมอ่ะ) เหมือนไม่มีแรงด้วยแหละ หนาวๆๆ
    October 01

    3rd Anniversary

     
                    วันนี้...ที่มหาวิทยาลัยเปิดเทอมเป็นวันแรก อ่านะ เรายังไม่ทันจะได้ปิดเทอมเลย เปิดเทอมซะแล้ว สำหรับเราจะปิดเทอมหรือเปิดเทอมก็เหมือนกัน ก็ยังมาทำแลปทุกวันเหมือนเดิม เปิดเทอมแล้วคนเดินกันขวักไขว่ จักรยานก็เยอะ จอดเกะกะทางเดิน โรงอาหารก็คนเยอะ ไม่ชอบเลย
     
                    วันนี้...อากาศดีมาก แดดออก หลังจากที่มีฝนตกติดต่อกัน 2 วัน และคาดว่าพรุ่งนี้จะมีฝนตกด้วย แต่ก็ดีนะ อากาศจะได้เย็นลงบ้าง ^^
     
                    วันนี้...ไม่เหมือนกับเมื่อ 3 ปีก่อนที่เราถึงญี่ปุ่นวันแรก วันนั้นฝนตกหนักตลอดการเดินทางจากสนามบินถึงหอเลย โชคดีที่เซนเซขับรถไปรับที่สนามบิน ทำให้การเดินทางไม่ลำบาก คิดแล้วก็สงสารพวกที่ต้องมาจากสนามบินเอง ถ้ามาเองคงหลงทางอ่ะ นับว่าเราเป็นคนที่เกิดมาโชคดีจริงๆ มาถึงญี่ปุ่นวันแรกก็เจอเซนเซเป็นคนแรกเลย ฮาๆๆ โชคดีจริงหรอ
     
                    วันนี้...ครบ 3 ปีแล้วที่ใช้ชีวิตคนเดียวในญี่ปุ่น เราพูดเสมอว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่อยู่ไกลบ้านและนานขนาดนี้ 3 ปีกลับไทยครั้งเดียว เป็น 3 ปีที่ผ่านอะไรมาเยอะมาก มีทุกอารมณ์ ทั้งสุข ทุกข์ เศร้า เหงา เจ็บช้ำใจ กดดัน อึดอัดใจ ดีใจ เสียใจ หัวเราะ และร้องไห้ ทุกข์ที่สุดก็เกิดขึ้นที่นี่ เหงาที่สุดก็เกิดขึ้นที่นี่ เจ็บช้ำใจที่สุดก็เกิดขึ้นที่นี่ แต่ทุกครั้งก็ได้ครอบครัวเป็นที่พึ่ง ขอบคุณคุณพ่อ คุณแม่ และพี่เอมากๆๆ ที่คอยสนับสนุน ให้กำลังใจ และบอกให้เราอย่าท้อถอยมาโดยตลอด (ไม่งั้นเราคงหนีลาออกไปแล้ว) อยู่ที่นี่ไม่เคยช้ำเรื่องความรัก แต่ช้ำเรื่องการเรียนกับการทำงานมากกว่า มาถึงตอนนี้เรารู้สึกว่า ตัวเองเข้มแข็งและโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากๆๆ เราไม่ร้องไห้มาปีนึงแล้วนะ และเราก็มีเพื่อนดีๆ มากมาย เพื่อนที่ไม่ดีก็ไม่ต้องไปคบ เขาจะไม่สนใจเราก็ช่างเขา ต่างคนต่างอยู่ดีที่สุด เนอะๆๆ
     
                    ผ่านไป 3 ปี...เราได้รู้จักคนเยอะมากมาย ได้เรียนรู้การทำงานของคนญี่ปุ่นที่เข้มงวด ทุกอย่างต้องตรงตามกฎเป๊ะ งานเป็นงาน เล่นก็เครียด (จะเครียดกันทำไมเนี่ย) การเข้าสังคมที่เอาแต่ดื่ม จะดื่มอะไรกันหนักหนา เอะอะเป็นชนแก้ว ทีชวนไปกินข้าวกลางวันไม่ไป บอกว่าไม่มีเงิน ต้องประหยัด พอมีปาร์ตี้ก็จ่ายไม่อั้น เราไม่ชอบวัฒนธรรมของญี่ปุ่นก็ตรงนี้แหละ บ่นมาตั้งเยอะละ เพื่อนที่เฮไหนเฮนั่นกับเราก็มีนะ จะว่าไปจริงๆ แล้วเราก็มีเพื่อนคนญี่ปุ่นที่สนิทกันอยู่ไม่กี่คนเอง มีมาคิจัง เคียวโกะจัง มายูโกะจัง ยูมิจัง อายะจัง อิคุโกะจัง และอายากะจัง ส่วนเพื่อนผู้ชายที่สามารถคุยกันได้มากที่สุด ก็คือ คาทาโอกะคุง ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนนอกแลปทั้งหมดเลย มีอายากะจังคนเดียวที่อยู่แลปเดียวกัน (นิสัยคล้ายกับเรามากๆ เลย) แต่คนในแลปไม่ใช่ไม่คบเรานะ พวกเขายังไม่คุยกันเองเลย จนถึงบัดนี้ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร ก็คุยกันได้เรื่อยๆ นะ แต่ความรู้สึกมันคุยแล้วไม่สนิทใจมากกว่า แบบนี้จะเรียกว่า "เพื่อน" ได้ไหม
     
                    วันนี้...ก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว เรารู้สึกเลยว่า เราผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตมาแล้ว ตอนนี้เรามีความสุขขึ้นมาก ไม่เหงาเลย แต่ก็มีเครียดบ้าง (ช่วงที่ต้องเตรียมพูดสัมมนา) มีความสุขกับการทำแลป ถึงจะหนัก งานยุ่ง แต่ก็รู้สึกสนุก กลับห้องก็ดูทีวีอย่างเฮฮา บางทีก็หัวเราะดัง เพราะว่าฟังภาษาญี่ปุ่นรู้เรื่องแล้ว แม่บอกเสมอว่า "กินให้อิ่ม นอนให้หลับ"
     
                    วันนี้...สเปซเรามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปน้า เราใส่เพลงเพิ่มเข้าไปไง เป็นเพลงที่เราชอบมากๆๆ แล้วจะคอยมาเปลี่ยนเรื่อยๆ จะได้ไม่เบื่อ
    September 28

    A Trip With Friends

     
                    วันนี้...อากาศเย็นลงนิดหน่อย เพราะว่าฝนตก ตื่นเช้ามากเลย ไม่รู้ทำไม สงสัยจะฝันร้าย เพราะว่าเมื่อคืนฝันเห็นเซนเซ ฮาๆๆ ขนาดเซนเซไม่อยู่นะเนี่ย ยังตามมาหลอกหลอนเราถึงในฝันได้อีก น่ากลัวจริงๆ เลย
     
                    เรื่องแลป...ที่ต้องไปทำแลปคนอื่น เพราะว่าที่แลปตัวเองไม่มีเครื่องมือที่ต้องการใช้ แต่ตอนนี้ก็ยังทำไม่ได้ เพราะว่าเครื่องมือที่ต้องการใช้ได้ถูกนำไปใช้ในการเรียนการสอนของน้องปี 3 ทำให้ต้องรอถึงวันพุธ และเหตุผลที่ต้องให้คนญี่ปุ่นช่วยทำให้ ก็เพราะว่าเครื่องมือมันแพง เค้าไม่ให้เราทำเอง ต้องให้รุ่นพี่ที่มีประสบการณ์ทำให้ ก็เลยได้แต่รอต่อไป แต่ก็ไม่ใช่ว่าขณะรอแล้วจะว่างงานนะ เราก็หาแลปอย่างอื่นทำไปเรื่อยๆ บางทีก็อ่านเปเปอร์แก้เบื่อไปก่อน งานมีมากมาย ไม่มีเวลามาฟุ้งซ่านแน่นอน
     
                    เมื่อวาน...ไปเที่ยวกับจอย เพื่อนของจอย และเพื่อนของเพื่อนจอยที่เป็นคนญี่ปุ่น (สรุปแล้วเรารู้จักจอยอยู่คนเดียว) มีคนขับรถให้ด้วยดีจัง ไปไกลถึงแถว Suwako เลย ส่วนใหญ่ไปดูวัด เรียกว่า Suwa Taisha จำได้ว่าเราเคยไปแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน แล้วก็ขับผ่านถนน Venus Line เป็นถนนที่สวยที่สุดก็ว่าได้ แต่เราว่าไม่ไปจะดีกว่านะ เพราะว่ามันเป็นถนนบนเขา ต้องขับขึ้นและลงเขา ซึ่งมีหลายโค้ง โอย... รู้สึกว่าเมารถ ก็เลยต้องหลับไป ได้ลืมตามาดูวิวอยู่พักนึง แต่ทนไม่ไหว เวียนหัวมาก บนเขาเริ่มมีโคโย (ใบไม้แดง) ให้เห็นแล้ว สวยดี และแวะไปทานข้าวกลางวันกันที่ Shirakabako ซึ่งเราเองก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ส่วนไหนของจังหวัดนางาโนะ (เป็นครั้งแรกที่ไปน่ะ) แต่อากาศก็ร้อนเหมือนกัน ตอนเย็นก็แวะกลับมาเที่ยวที่ Matsumoto Castle และส่งเรากลับบ้านเป็นอันจบทริป เราเองก็จำไม่ได้แล้วว่าเที่ยวครั้งสุดท้ายในปีนี้เมื่อไหร่ เหมือนเพิ่งไปได้ไม่นาน แต่ก็นานจนจำไม่ได้เหมือนกัน ...จอยหายไปสองปีครึ่ง กลับมาหมั้นซะละ...
    September 26

    My Friend Visiting

     
                    เมื่อคืน...ขณะที่กำลังเดินกลับบ้าน ฝนตก --" ก็บอกแล้วไงว่าเกลียดฝน ยังจะตกลงมาใส่เราได้ T-T อารมณ์กำลังอ่อนไหวอยู่เลย ก็ไม่รู้ว่าฟ้าเล่นตลกอะไร ไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี (ไม่เป็นไรเรามีร่ม)
     
                    วันนี้...ท้องฟ้าก็ไม่สดใสเหมือนวันก่อน แต่คาดว่าตอนบ่ายคงแดดออก ตอนนี้ในหัวยังสับสน ทั้งเรื่องแลป ต้องไปทำแลปคนอื่น ต้องขอร้องให้คนญี่ปุ่นช่วย แล้วเมื่อไหร่เค้าจะหายงานยุ่งสักที เราก็เกรงใจนะ แต่เริ่มจะไม่อยากเกรงใจแล้ว เพราะว่าเดี๋ยวงานตัวเองจะไม่เสร็จ เรื่องอื่นก็ยังมีให้คิดมากมาย ทำไมเราต้องเป็นคนที่คิดมากด้วยล่ะเนี่ย เฮ้อ.....
     
                    วันนี้...สังเกตเห็นใบไม้เปลี่ยนเป็นสีเหลืองแล้ว เริ่มร่วงเต็มพื้นเลย ฤดูกาลก็ผ่านไป เวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วจริงๆ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากทำ ทั้งที่ได้ทำแล้วและยังไม่ได้ทำ ต้องรีบกอบโกยสิ่งดีๆ เอาไว้ "เวลาไม่เคยรอใคร" ประโยคนี้ยังใช้ได้อยู่เสมอ (ท่องจำให้ขึ้นใจ)
     
                    ตอนเย็น...จอยจะมาหาจากจังหวัดกุมมะล่ะ จอยจะมาเที่ยวที่นางาโนะและจะมาค้างที่ห้องเรา 1 คืน จอยเป็นเพื่อนสมัยเรียน ป.ตรี ที่จุฬาฯ จนถึงบัดนี้ก็เป็นเพื่อนกันมา 7 ปีกว่าแล้ว (รู้จักกันตั้งแต่ปี 1 อยู่บ้านรับน้องเดียวกัน แต่เรียนคนละคณะ) ไม่ได้เจอจอยมา 2 ปีครึ่งแล้ว ตั้งแต่เราไปเที่ยวกับจอยที่นิกโก้และคามาคุระ แถมไปค้างบ้านจอยอีก v^^v
    September 23

    Time Gone By

     
                    และแล้ว...วันหยุดยาวก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลย ทำแลปทุกวัน แต่แลปเริ่มเบาลงแล้ว เพราะว่าทำไปแล้วเยอะมาก เหลือแค่ sequence DNA อย่างเดียว (ถ้าเซนเซไม่เอาตัวอย่างมาเพิ่มให้อีกนะ) ใกล้ละ อยากจะเริ่มเขียน Thesis สักที (บังคับตัวเองให้ได้)
     
                    วันนี้...เป็นวันเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูนี้เวียนมาอีกแล้ว นั่นหมายถึงว่า เราอยู่ญี่ปุ่น (เกือบ) ครบ 3 ปีแล้ว เดี๋ยวค่อยมาเขียนความรู้สึกอีกทีตอนวันที่ครบ 3 ปีดีกว่า อีกไม่กี่วันเอง อดใจรออีกนิดนึงนะ สู้ต่อไปจ้า!!!
    September 21

    Man VS Woman

     
    ขอบันทึกข้อความสั้นๆ จากละครญี่ปุ่นเรื่อง Propose Daisakusen
     
     
    男は女の最初の恋人になりたかった、女は男の最後の恋人になりたい。
    - A man wants to become a woman's first lover, but a woman wants to become a man's last lover.
    - ผู้ชายอยากจะเป็นคนรักคนแรกของผู้หญิง แต่ผู้หญิงอยากจะเป็นคนรักคนสุดท้ายของผู้ชาย
     
     
    男は初恋はあきらめることができず、女は最後の恋はあきらめることができない。
    - Men cannot let go of their first love. Women, on the other hand, cannot let go of their final love.
    - ผู้ชายไม่สามารถตัดใจจากรักครั้งแรก แต่ผู้หญิงไม่สามารถตัดใจจากรักครั้งสุดท้าย
    September 19

    Silver Week

     
                     อยู่ญี่ปุ่นมา 3 ปี เพิ่งเคยเจอวันหยุดยาวครั้งที่ 2 ของปี (ที่ไม่ใช่ Golden Week) คนญี่ปุ่นเขาเรียกว่า "Silver Week" มีวันหยุดติดกัน 5 วัน คือ ตั้งแต่วันที่ 19-23 Sep. '09 (รวมวันเสาร์-อาทิตย์) ดูจากข่าวบอกว่า จะมีวันหยุดยาวแบบนี้อีกครั้งตอนปี 2015 (ทำแลปต่อไป ไม่มีวันหยุด)
    September 15

    My Jobs

     
                     วันนี้...มีพูดสัมมนาในตอนเช้า ตั้งแต่ 9 โมง เราก็ตื่นเช้ามาก มาถึงแลปประมาณ 7 โมงครึ่ง เพื่อมาเตรียมรายงานให้เสร็จ พอถึงเวลาสัมมนา เซนเซก็บอกว่า "บีหาเปเปอร์ยากมาอีกแล้ว" จริงๆ แล้วตอนแรกที่เราอ่านหัวข้อ มันฟังดูไม่น่ายาก แต่พออ่านเนื้อเรื่องเข้าจริงๆ ขอบอกว่าอ่านไม่รู้เรื่องเลย เซนเซก็บอกว่าคนเขียนเขียนไม่ค่อยดี ฮาๆๆ แสดงว่าไม่ใช่เราคนเดียวที่อ่านไม่รู้เรื่องล่ะสิ อิอิ ทุกครั้งที่เราเป็นคนพรีเซนต์ เราก็จะพยายามตอบคำถามให้ได้ ดำน้ำบ้าง ไม่รู้บ้าง ก็ตอบๆ ไป ดีกว่านั่งเงียบ บางทีเซนเซก็ชมว่าเปเปอร์ที่เราหามาดีนะ แต่ยากไปหน่อย ตัวเองก็ไม่ได้อยากหาเรื่องลำบากใส่ตัวหรอกนะ แต่เปเปอร์อันอื่นเราอ่านไม่รู้เรื่องมากกว่า ก็เลยไม่เลือก เอาอันนี้แหละ (สุ่มๆ ดู) ก็พยายามอ่านเต็มที่
     
                     ตอนบ่าย...มีประชุมตั้งแต่ 14.00-16.00 น. เพราะว่ารับงานไว้ เป็น staff ช่วยงาน The 81st Annual Meeting of the Genetics Society of Japan ซึ่งจัดที่ Shinshu University ตั้งแต่ 16-18 Sep. '09 เซนเซก็เกณฑ์เด็กในภาคไปช่วยกัน (ได้ตังค์ด้วยนะ) เพื่อหาประสบการณ์น่ะ จริงๆ แล้วทำแค่ 2 วัน มีข้าวกลางวันฟรีด้วย งานเลี้ยงก็เข้าร่วมฟรี ^^
     
                    สัปดาห์นี้...งานยุ่งจริงๆ เลย สงสัยคงไม่มีเวลาทำแลป วันศุกร์อาจจะว่างทำแลป เพราะว่าไม่ได้ทำงาน (เค้าไม่ให้ทำอ่า) สัปดาห์หน้าก็สบายแล้ว ไม่มีสัมมนา เพราะว่าเซนเซไม่อยู่ ไปทำงานที่ไทยสองสัปดาห์ (ไปนานๆ ก็ได้นะ) เหนื่อยหน่อย ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ด้วยนะ สู้ๆ