| Varumpa's profileBee With You ~ เปิดบันทึ...PhotosBlogLists | Help |
|
October 11 Kamikochi & Soba เมื่อวาน...ไปเที่ยวที่ Kamikochi กับพี่นกและรุ่นน้องของพี่นก Kamikochi เป็นอุทยานแห่งชาติญี่ปุ่น ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองมัตสึโมโตะ นี่ก็เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่เราไป (เราเคยไปแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน) แต่คราวนี้ไปบริเวณมากกว่าครั้งที่แล้ว เพราะว่าได้ไกด์ดี ไป Taisho Pond, Tashiro Pond, Kappa Bridge, Myojin Bridge, Myojin Pond และเดินป่า รวมทั้งหมดที่เดินไปก็ประมาณ 10 กิโลเมตรนิดๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะเดินเยอะขนาดนี้ ก็เดินไปเรื่อยๆ ไม่มีพัก เพราะว่าเวลาจำกัด ที่ Kamikochi ใบไม้เปลี่ยนสีแล้วนะ แต่เป็นบนเขานู้นแหนะ ตอนแรกอากาศก็เป็นใจอย่างดี แดดออก ฟ้าใสเชียว แต่ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงฝนก็ตกลงมา เราดูพยากรณ์อากาศมาแล้วนะว่าฝนไม่ตกแน่ๆ ฝนก็ช่างกวนใจจริงๆ เลย ตกๆ หยุดๆ (เดาใจยาก) แต่ก็ต้องเดินกางร่มต่อไป เพราะว่าไม่มีที่หลบฝน ต้องรีบเดินไปให้สุดทางอย่างเดียว คนที่ไปเที่ยวก็ไม่เยอะอย่างที่คิดเลย ถ่ายรูปมาได้น้อยอ่ะ แต่ก็อิ่มเอมกับบรรยากาศธรรมชาติ หนาวได้ใจจริงๆ เลย เอาไว้รอดูรูปนะ
วันนี้...ไปงาน Soba Festival กับยูมิจังที่ Matsumoto Castle ปีนี้ก็เป็นครั้งที่ 6 แล้วที่จัดงานนี้ ซึ่งเราก็ไปมา 3 ครั้งแล้ว แต่คนที่ไปด้วยเปลี่ยนไปทุกปี วันนี้ก็ไปกินร้านโซบะที่มาจากฮอกไกโด (อยากกินมาตั้งนานแล้วอ่ะ) เราก็เลือกโซบะที่มีเทมปุระหอยเชลล์ พอได้โซบะเราก็หันไปถามยูมิจังทันทีว่า "ไหนอ่ะหอยเชลล์" แบบว่ามันลงรูปในโปสเตอร์หอยตัวใหญ่มาก ฮาๆๆ เราก็เลยอยากกิน แต่แหมๆๆ แอบผิดหวังเล็กน้อย ได้กินแค่เศษหอย ฮือๆๆ อุตส่าห์รอตั้งนาน คนต่อคิวยาวมากเลย อร่อยดี แต่ยังไม่อิ่มเลย เพราะว่าให้น้อยอ่า ก็เลยไปกินไอติมต่อ หุหุ กินรส choco chip กับรสเกาลัด นี่เป็นครั้งแรกที่กินไอติมรสเกาลัด ไม่คิดว่ามันจะอร่อย เนื้อเกาลัดหวานอร่อยมาก ไม่ใช่เราคนเดียวนะที่กินไม่อิ่ม ยูมิจังก็ซื้อโอยากิมากินเหมือนกัน วันนี้อากาศดีมากมาย บรรยากาศน่านอน กินไอติมท้าลมหนาวมันช่างมีความสุขจริงๆ นะ กลับถึงบ้านก็นอนพัก เพราะว่าเหนื่อยล้า October 08 Because Of Typhoon เมื่อคืน...พายุเข้าเกาะฮอนชูอย่างรุนแรง แต่จังหวัดนางาโนะไม่เป็นอะไรเลย เพราะว่าล้อมรอบไปด้วยภูเขา ฝนตกหนักมากทั้งคืนเลย
วันนี้...ที่มหาวิทยาลัยประกาศหยุดเรียนทุกแคมปัส ตอนเช้าเราก็ไม่ได้มาแลป เพราะว่าฝนตก (กลัวโดนพายุพัดอ่ะ) นั่งดูข่าวอยู่ที่บ้าน พายุค่อนข้างรุนแรงมากทีเดียว คลื่นทะเลสูงมากขนาดพัดขึ้นมาบนถนนเลย รถไฟหยุดวิ่งทั้งหมด เครื่องบินงดเที่ยวบินทั้งหมด ทางด่วนก็ปิดเส้นทาง จากที่ออกข่าวดูแล้วน่ากลัวมาก แต่ที่มัตสึโมโตะมีฝนตกแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น (สงสัยพัดไปหมดแล้ว) เมื่อเช้าดูกระจกตรงระเบียงห้องเปียกไปหมดเลย มีรอยฝนสาดเข้ามา ท่าทางเมื่อคืนลมจะแรงมาก (ไม่รู้สึกตัว)
ตอนบ่าย...อากาศดีขึ้นแล้ว แดดออก ฝนไม่ตกแล้ว ฟ้าหลังฝนช่างงดงามจริงๆ เราก็มาแลปดีกว่า อยู่บ้านแล้วเบื่ออ่ะ ไม่มีอะไรทำ มาทำแลปต่อดีกว่า เมื่อวานทำค้างไว้ เพราะว่าย้ายของจากตู้เย็น -30 องศา ไปตู้เย็น -80 องศา ถ้าเปิดตู้เย็นแล้วอุณหภูมิเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (ไม่ดี) เมื่อวานก็เลยทำแลปค้างไว้อย่างนั้น (คนญี่ปุ่นจะเคร่งครัดอะไรขนาดนั้น)
ปล. ใบไม้ (สีเขียว) ยังไม่ทันเปลี่ยนสีเลย ร่วงซะแล้ว เพราะพายุไต้ฝุ่น October 07 Welcome Back วันนี้...หนาวจัง อากาศกลับมาเย็นอีกแล้ว อุณหภูมิประมาณ 15 องศา มีหมอกหนามากในตอนเช้า เมฆลอยต่ำมาก มองออกไปไม่เห็นภูเขา พยากรณ์อากาศบอกว่าจะมีฝนตก แต่ไม่เห็นตกเลย ทำให้เราไม่ได้เอาผ้าไปตากข้างนอก แต่ถึงยังไงก็ไม่มีแดดอยู่แล้ว เดี๋ยวผ้าจะชื้นเปล่าๆ
วันนี้...ยูมิจัง (เพื่อนสาวข้างห้อง) จะกลับมาแล้ว เค้ากลับบ้านเกิดที่โตเกียวตอนปิดเทอม ปล่อยให้เราอยู่คนเดียวตั้ง 2 เดือน ข้างห้องไร้คนอยู่อาศัย มีเมล์มาบอกว่า "จะกลับมาแล้ว เปิดเทอมมีเรียนดึกด้วย จะทำยังไงดี เป็นกังวลเหลือเกิน" แหนะมาอ้อนเราอีก เราก็เลยเมล์กลับไปว่า "จะกลับบ้านด้วยกันก็ได้นะ" เค้าดีใจใหญ่เลย ฮาๆๆ มีสาวมาอ้อนเราด้วย
ปล. เซนเซกลับมาแล้วล่ะ --" และพรุ่งนี้พายุเข้านางาโนะด้วย 'o' October 05 Exercise เมื่อวาน...ไปงานแข่งขันกีฬาประจำปีของชาว Motomachi ตามคำชวนของมาคิจัง เนื่องจากวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ผ่านมาที่คณะตัดไฟ ยังไงก็ไม่สามารถทำแลปได้ ก็เลยตกลงไปงานแข่งขันกีฬา ซึ่งสถานที่จัด คือ โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งของเมืองมัตสึโมโตะ (วันเสาร์นอนอืดอยู่ที่บ้านทั้งวันเลย เบื่อมาก) อากาศดีมาก ท้องฟ้าใส ไม่มีเมฆเลย เป็นครั้งแรกที่เราได้ร่วมการแข่งขันกีฬาของชาวญี่ปุ่น มีคนร่วมงานตั้งแต่เด็ก 2 ขวบจนถึงคนชราวัย 80 ปีเลยทีเดียว (คนแก่ที่นี่แข็งแรงกันจริงๆ นะ) การแข่งขันก็สนุกดี ไม่ได้แข่งแบบชิงรางวัล เพราะว่าทุกคนที่ร่วมลงแข่งขันก็ได้รางวัลกัน ยังไงก็ไม่กลับบ้านมือเปล่าอย่างแน่นอน รางวัลก็เป็นพวกกระดาษทิชชู่ น้ำยาล้างจาน ถุงใส่ขยะ เป็นต้น มาคิจังบอกว่า "ไม่ดีใจเลยที่ได้รางวัล" ฮาๆๆ พวกคุณแม่บ้านน่าจะชอบของพวกนี้นะ ส่วนอันไหนที่เราได้แล้วไม่ใช้ก็ให้มาคิจังไปใช้ที่บ้านแทน การแข่งขันส่วนใหญ่จะเป็นการวิ่งแข่งหรือวิ่งผลัด ซึ่งเราก็ไม่ได้ถนัดเรื่องการวิ่งสักนิดเลย วิ่งครึ่งรอบสนามก็เหนื่อยแล้วอ่า เราก็ลงแข่งไป 4 รายการ (แข่งเอามันส์น่ะ) แต่ละอย่างก็ไม่เคยทำมาก่อน เช่น วิ่งไล่ล้อรถจักรยาน (อันนี้ยากมาก เราทำไม่ได้อ่ะ) วิ่งคาบขนมปัง วิ่งผลัดเทน้ำใส่ขวด และวิ่งผลัด 10x100 เมตร ก็วิ่งร่วมกับลุงๆ ป้าๆ นั่นแหละ เราไม่ได้ออกกำลังกายแบบนี้มานานมากแล้ว
ด้วยความที่แดดดีมาก ทำให้เราตัวดำและหน้าแดงไปเลย ลืมทาครีมกันแดดอ่า หน้าเป็นรอยแว่นตากันแดดเลย แงๆๆ อุตส่าห์รักษาผิวขาวๆ ไว้อย่างดี มาคิจังให้หมวกเรามาใบนึงด้วย เพราะว่าเราลืมเอาหมวกไป ฮาๆๆ เรานั่งกางร่มแทนต่างหาก อาหารกลางวันก็นั่งทานร่วมกับมาคิจังและแม่ของมาคิจัง (ทำมาข้าวปั้นมาเผื่อเราด้วยล่ะ) อร่อยมากๆๆ กินแล้วมีพลังขึ้นเยอะเลย ตอนเย็น...มาคิจังก็ขับรถพาเราไปซื้อของที่ร้าน Daiso และกินพาสต้าที่ Shiojiri (จริงๆ แล้วมาคิจังอยากไปน่ะ เราก็เลยไปเป็นเพื่อน) เสร็จแล้วมาคิจังก็ขับรถมาส่งเราที่บ้าน แอบเหนื่อยและปวดขา แต่ก็สนุกไปอีกวันที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนรัก ได้ประสบการณ์มากมาย
วันนี้...อากาศหนาวจัง เนื่องจากเมื่อวานที่คณะตัดไฟ ทำให้เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นเกือบทุกแลป เพราะว่าจ่ายไฟผิด (เพื่อนบอกมาอีกที) จากไฟปกติ 110 Volt เป็น 220 Volt ทำให้ตู้เย็นเสียไปพักหนึ่ง เจ้าหน้าที่ก็วิ่งกันให้วุ่นทั้งวันเลย หวังว่า samples ของเราคงอยู่อย่างปกติ วันนี้ก็เลยไม่ได้ทำแลป (เหอๆๆ เกี่ยวกันไหมอ่ะ) เหมือนไม่มีแรงด้วยแหละ หนาวๆๆ October 01 3rd Anniversary วันนี้...ที่มหาวิทยาลัยเปิดเทอมเป็นวันแรก อ่านะ เรายังไม่ทันจะได้ปิดเทอมเลย เปิดเทอมซะแล้ว สำหรับเราจะปิดเทอมหรือเปิดเทอมก็เหมือนกัน ก็ยังมาทำแลปทุกวันเหมือนเดิม เปิดเทอมแล้วคนเดินกันขวักไขว่ จักรยานก็เยอะ จอดเกะกะทางเดิน โรงอาหารก็คนเยอะ ไม่ชอบเลย
วันนี้...อากาศดีมาก แดดออก หลังจากที่มีฝนตกติดต่อกัน 2 วัน และคาดว่าพรุ่งนี้จะมีฝนตกด้วย แต่ก็ดีนะ อากาศจะได้เย็นลงบ้าง ^^
วันนี้...ไม่เหมือนกับเมื่อ 3 ปีก่อนที่เราถึงญี่ปุ่นวันแรก วันนั้นฝนตกหนักตลอดการเดินทางจากสนามบินถึงหอเลย โชคดีที่เซนเซขับรถไปรับที่สนามบิน ทำให้การเดินทางไม่ลำบาก คิดแล้วก็สงสารพวกที่ต้องมาจากสนามบินเอง ถ้ามาเองคงหลงทางอ่ะ นับว่าเราเป็นคนที่เกิดมาโชคดีจริงๆ มาถึงญี่ปุ่นวันแรกก็เจอเซนเซเป็นคนแรกเลย ฮาๆๆ โชคดีจริงหรอ
วันนี้...ครบ 3 ปีแล้วที่ใช้ชีวิตคนเดียวในญี่ปุ่น เราพูดเสมอว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่อยู่ไกลบ้านและนานขนาดนี้ 3 ปีกลับไทยครั้งเดียว เป็น 3 ปีที่ผ่านอะไรมาเยอะมาก มีทุกอารมณ์ ทั้งสุข ทุกข์ เศร้า เหงา เจ็บช้ำใจ กดดัน อึดอัดใจ ดีใจ เสียใจ หัวเราะ และร้องไห้ ทุกข์ที่สุดก็เกิดขึ้นที่นี่ เหงาที่สุดก็เกิดขึ้นที่นี่ เจ็บช้ำใจที่สุดก็เกิดขึ้นที่นี่ แต่ทุกครั้งก็ได้ครอบครัวเป็นที่พึ่ง ขอบคุณคุณพ่อ คุณแม่ และพี่เอมากๆๆ ที่คอยสนับสนุน ให้กำลังใจ และบอกให้เราอย่าท้อถอยมาโดยตลอด (ไม่งั้นเราคงหนีลาออกไปแล้ว) อยู่ที่นี่ไม่เคยช้ำเรื่องความรัก แต่ช้ำเรื่องการเรียนกับการทำงานมากกว่า มาถึงตอนนี้เรารู้สึกว่า ตัวเองเข้มแข็งและโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากๆๆ เราไม่ร้องไห้มาปีนึงแล้วนะ และเราก็มีเพื่อนดีๆ มากมาย เพื่อนที่ไม่ดีก็ไม่ต้องไปคบ เขาจะไม่สนใจเราก็ช่างเขา ต่างคนต่างอยู่ดีที่สุด เนอะๆๆ
ผ่านไป 3 ปี...เราได้รู้จักคนเยอะมากมาย ได้เรียนรู้การทำงานของคนญี่ปุ่นที่เข้มงวด ทุกอย่างต้องตรงตามกฎเป๊ะ งานเป็นงาน เล่นก็เครียด (จะเครียดกันทำไมเนี่ย) การเข้าสังคมที่เอาแต่ดื่ม จะดื่มอะไรกันหนักหนา เอะอะเป็นชนแก้ว ทีชวนไปกินข้าวกลางวันไม่ไป บอกว่าไม่มีเงิน ต้องประหยัด พอมีปาร์ตี้ก็จ่ายไม่อั้น เราไม่ชอบวัฒนธรรมของญี่ปุ่นก็ตรงนี้แหละ บ่นมาตั้งเยอะละ เพื่อนที่เฮไหนเฮนั่นกับเราก็มีนะ จะว่าไปจริงๆ แล้วเราก็มีเพื่อนคนญี่ปุ่นที่สนิทกันอยู่ไม่กี่คนเอง มีมาคิจัง เคียวโกะจัง มายูโกะจัง ยูมิจัง อายะจัง อิคุโกะจัง และอายากะจัง ส่วนเพื่อนผู้ชายที่สามารถคุยกันได้มากที่สุด ก็คือ คาทาโอกะคุง ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนนอกแลปทั้งหมดเลย มีอายากะจังคนเดียวที่อยู่แลปเดียวกัน (นิสัยคล้ายกับเรามากๆ เลย) แต่คนในแลปไม่ใช่ไม่คบเรานะ พวกเขายังไม่คุยกันเองเลย จนถึงบัดนี้ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร ก็คุยกันได้เรื่อยๆ นะ แต่ความรู้สึกมันคุยแล้วไม่สนิทใจมากกว่า แบบนี้จะเรียกว่า "เพื่อน" ได้ไหม
วันนี้...ก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว เรารู้สึกเลยว่า เราผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตมาแล้ว ตอนนี้เรามีความสุขขึ้นมาก ไม่เหงาเลย แต่ก็มีเครียดบ้าง (ช่วงที่ต้องเตรียมพูดสัมมนา) มีความสุขกับการทำแลป ถึงจะหนัก งานยุ่ง แต่ก็รู้สึกสนุก กลับห้องก็ดูทีวีอย่างเฮฮา บางทีก็หัวเราะดัง เพราะว่าฟังภาษาญี่ปุ่นรู้เรื่องแล้ว แม่บอกเสมอว่า "กินให้อิ่ม นอนให้หลับ"
วันนี้...สเปซเรามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปน้า เราใส่เพลงเพิ่มเข้าไปไง เป็นเพลงที่เราชอบมากๆๆ แล้วจะคอยมาเปลี่ยนเรื่อยๆ จะได้ไม่เบื่อ September 28 A Trip With Friends วันนี้...อากาศเย็นลงนิดหน่อย เพราะว่าฝนตก ตื่นเช้ามากเลย ไม่รู้ทำไม สงสัยจะฝันร้าย เพราะว่าเมื่อคืนฝันเห็นเซนเซ ฮาๆๆ ขนาดเซนเซไม่อยู่นะเนี่ย ยังตามมาหลอกหลอนเราถึงในฝันได้อีก น่ากลัวจริงๆ เลย
เรื่องแลป...ที่ต้องไปทำแลปคนอื่น เพราะว่าที่แลปตัวเองไม่มีเครื่องมือที่ต้องการใช้ แต่ตอนนี้ก็ยังทำไม่ได้ เพราะว่าเครื่องมือที่ต้องการใช้ได้ถูกนำไปใช้ในการเรียนการสอนของน้องปี 3 ทำให้ต้องรอถึงวันพุธ และเหตุผลที่ต้องให้คนญี่ปุ่นช่วยทำให้ ก็เพราะว่าเครื่องมือมันแพง เค้าไม่ให้เราทำเอง ต้องให้รุ่นพี่ที่มีประสบการณ์ทำให้ ก็เลยได้แต่รอต่อไป แต่ก็ไม่ใช่ว่าขณะรอแล้วจะว่างงานนะ เราก็หาแลปอย่างอื่นทำไปเรื่อยๆ บางทีก็อ่านเปเปอร์แก้เบื่อไปก่อน งานมีมากมาย ไม่มีเวลามาฟุ้งซ่านแน่นอน
เมื่อวาน...ไปเที่ยวกับจอย เพื่อนของจอย และเพื่อนของเพื่อนจอยที่เป็นคนญี่ปุ่น (สรุปแล้วเรารู้จักจอยอยู่คนเดียว) มีคนขับรถให้ด้วยดีจัง ไปไกลถึงแถว Suwako เลย ส่วนใหญ่ไปดูวัด เรียกว่า Suwa Taisha จำได้ว่าเราเคยไปแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน แล้วก็ขับผ่านถนน Venus Line เป็นถนนที่สวยที่สุดก็ว่าได้ แต่เราว่าไม่ไปจะดีกว่านะ เพราะว่ามันเป็นถนนบนเขา ต้องขับขึ้นและลงเขา ซึ่งมีหลายโค้ง โอย... รู้สึกว่าเมารถ ก็เลยต้องหลับไป ได้ลืมตามาดูวิวอยู่พักนึง แต่ทนไม่ไหว เวียนหัวมาก บนเขาเริ่มมีโคโย (ใบไม้แดง) ให้เห็นแล้ว สวยดี และแวะไปทานข้าวกลางวันกันที่ Shirakabako ซึ่งเราเองก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ส่วนไหนของจังหวัดนางาโนะ (เป็นครั้งแรกที่ไปน่ะ) แต่อากาศก็ร้อนเหมือนกัน ตอนเย็นก็แวะกลับมาเที่ยวที่ Matsumoto Castle และส่งเรากลับบ้านเป็นอันจบทริป เราเองก็จำไม่ได้แล้วว่าเที่ยวครั้งสุดท้ายในปีนี้เมื่อไหร่ เหมือนเพิ่งไปได้ไม่นาน แต่ก็นานจนจำไม่ได้เหมือนกัน ...จอยหายไปสองปีครึ่ง กลับมาหมั้นซะละ... September 26 My Friend Visiting เมื่อคืน...ขณะที่กำลังเดินกลับบ้าน ฝนตก --" ก็บอกแล้วไงว่าเกลียดฝน ยังจะตกลงมาใส่เราได้ T-T อารมณ์กำลังอ่อนไหวอยู่เลย ก็ไม่รู้ว่าฟ้าเล่นตลกอะไร ไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี (ไม่เป็นไรเรามีร่ม)
วันนี้...ท้องฟ้าก็ไม่สดใสเหมือนวันก่อน แต่คาดว่าตอนบ่ายคงแดดออก ตอนนี้ในหัวยังสับสน ทั้งเรื่องแลป ต้องไปทำแลปคนอื่น ต้องขอร้องให้คนญี่ปุ่นช่วย แล้วเมื่อไหร่เค้าจะหายงานยุ่งสักที เราก็เกรงใจนะ แต่เริ่มจะไม่อยากเกรงใจแล้ว เพราะว่าเดี๋ยวงานตัวเองจะไม่เสร็จ เรื่องอื่นก็ยังมีให้คิดมากมาย ทำไมเราต้องเป็นคนที่คิดมากด้วยล่ะเนี่ย เฮ้อ.....
วันนี้...สังเกตเห็นใบไม้เปลี่ยนเป็นสีเหลืองแล้ว เริ่มร่วงเต็มพื้นเลย ฤดูกาลก็ผ่านไป เวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วจริงๆ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากทำ ทั้งที่ได้ทำแล้วและยังไม่ได้ทำ ต้องรีบกอบโกยสิ่งดีๆ เอาไว้ "เวลาไม่เคยรอใคร" ประโยคนี้ยังใช้ได้อยู่เสมอ (ท่องจำให้ขึ้นใจ)
ตอนเย็น...จอยจะมาหาจากจังหวัดกุมมะล่ะ จอยจะมาเที่ยวที่นางาโนะและจะมาค้างที่ห้องเรา 1 คืน จอยเป็นเพื่อนสมัยเรียน ป.ตรี ที่จุฬาฯ จนถึงบัดนี้ก็เป็นเพื่อนกันมา 7 ปีกว่าแล้ว (รู้จักกันตั้งแต่ปี 1 อยู่บ้านรับน้องเดียวกัน แต่เรียนคนละคณะ) ไม่ได้เจอจอยมา 2 ปีครึ่งแล้ว ตั้งแต่เราไปเที่ยวกับจอยที่นิกโก้และคามาคุระ แถมไปค้างบ้านจอยอีก v^^v September 23 Time Gone By และแล้ว...วันหยุดยาวก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลย ทำแลปทุกวัน แต่แลปเริ่มเบาลงแล้ว เพราะว่าทำไปแล้วเยอะมาก เหลือแค่ sequence DNA อย่างเดียว (ถ้าเซนเซไม่เอาตัวอย่างมาเพิ่มให้อีกนะ) ใกล้ละ อยากจะเริ่มเขียน Thesis สักที (บังคับตัวเองให้ได้)
วันนี้...เป็นวันเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูนี้เวียนมาอีกแล้ว นั่นหมายถึงว่า เราอยู่ญี่ปุ่น (เกือบ) ครบ 3 ปีแล้ว เดี๋ยวค่อยมาเขียนความรู้สึกอีกทีตอนวันที่ครบ 3 ปีดีกว่า อีกไม่กี่วันเอง อดใจรออีกนิดนึงนะ สู้ต่อไปจ้า!!! September 21 Man VS Womanขอบันทึกข้อความสั้นๆ จากละครญี่ปุ่นเรื่อง Propose Daisakusen
男は女の最初の恋人になりたかった、女は男の最後の恋人になりたい。
- A man wants to become a woman's first lover, but a woman wants to become a man's last lover.
- ผู้ชายอยากจะเป็นคนรักคนแรกของผู้หญิง แต่ผู้หญิงอยากจะเป็นคนรักคนสุดท้ายของผู้ชาย
男は初恋はあきらめることができず、女は最後の恋はあきらめることができない。
- Men cannot let go of their first love. Women, on the other hand, cannot let go of their final love.
- ผู้ชายไม่สามารถตัดใจจากรักครั้งแรก แต่ผู้หญิงไม่สามารถตัดใจจากรักครั้งสุดท้าย September 19 Silver Week อยู่ญี่ปุ่นมา 3 ปี เพิ่งเคยเจอวันหยุดยาวครั้งที่ 2 ของปี (ที่ไม่ใช่ Golden Week) คนญี่ปุ่นเขาเรียกว่า "Silver Week" มีวันหยุดติดกัน 5 วัน คือ ตั้งแต่วันที่ 19-23 Sep. '09 (รวมวันเสาร์-อาทิตย์) ดูจากข่าวบอกว่า จะมีวันหยุดยาวแบบนี้อีกครั้งตอนปี 2015 (ทำแลปต่อไป ไม่มีวันหยุด) September 15 My Jobs วันนี้...มีพูดสัมมนาในตอนเช้า ตั้งแต่ 9 โมง เราก็ตื่นเช้ามาก มาถึงแลปประมาณ 7 โมงครึ่ง เพื่อมาเตรียมรายงานให้เสร็จ พอถึงเวลาสัมมนา เซนเซก็บอกว่า "บีหาเปเปอร์ยากมาอีกแล้ว" จริงๆ แล้วตอนแรกที่เราอ่านหัวข้อ มันฟังดูไม่น่ายาก แต่พออ่านเนื้อเรื่องเข้าจริงๆ ขอบอกว่าอ่านไม่รู้เรื่องเลย เซนเซก็บอกว่าคนเขียนเขียนไม่ค่อยดี ฮาๆๆ แสดงว่าไม่ใช่เราคนเดียวที่อ่านไม่รู้เรื่องล่ะสิ อิอิ ทุกครั้งที่เราเป็นคนพรีเซนต์ เราก็จะพยายามตอบคำถามให้ได้ ดำน้ำบ้าง ไม่รู้บ้าง ก็ตอบๆ ไป ดีกว่านั่งเงียบ บางทีเซนเซก็ชมว่าเปเปอร์ที่เราหามาดีนะ แต่ยากไปหน่อย ตัวเองก็ไม่ได้อยากหาเรื่องลำบากใส่ตัวหรอกนะ แต่เปเปอร์อันอื่นเราอ่านไม่รู้เรื่องมากกว่า ก็เลยไม่เลือก เอาอันนี้แหละ (สุ่มๆ ดู) ก็พยายามอ่านเต็มที่
ตอนบ่าย...มีประชุมตั้งแต่ 14.00-16.00 น. เพราะว่ารับงานไว้ เป็น staff ช่วยงาน The 81st Annual Meeting of the Genetics Society of Japan ซึ่งจัดที่ Shinshu University ตั้งแต่ 16-18 Sep. '09 เซนเซก็เกณฑ์เด็กในภาคไปช่วยกัน (ได้ตังค์ด้วยนะ) เพื่อหาประสบการณ์น่ะ จริงๆ แล้วทำแค่ 2 วัน มีข้าวกลางวันฟรีด้วย งานเลี้ยงก็เข้าร่วมฟรี ^^
สัปดาห์นี้...งานยุ่งจริงๆ เลย สงสัยคงไม่มีเวลาทำแลป วันศุกร์อาจจะว่างทำแลป เพราะว่าไม่ได้ทำงาน (เค้าไม่ให้ทำอ่า) สัปดาห์หน้าก็สบายแล้ว ไม่มีสัมมนา เพราะว่าเซนเซไม่อยู่ ไปทำงานที่ไทยสองสัปดาห์ (ไปนานๆ ก็ได้นะ) เหนื่อยหน่อย ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ด้วยนะ สู้ๆ September 12 Short Summer วันนี้...ฝนตกทั้งวันเลย อากาศเย็นมาก อุณหภูมิสูงสุดของวันนี้ คือ 21 องศา ถือว่าหนาวสำหรับเราแล้วล่ะ เพิ่งสังเกตว่าใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีแล้ว ปีนี้ฤดูร้อนสั้นจัง ประมาณ 1 เดือนกว่าๆ เท่านั้นเอง อากาศก็ไม่ร้อนมากอย่างที่คิด แต่เคยมีครั้งนึงที่อุณหภูมิสูงสุดถึง 35 องศา แดดร้อนจนแสบผิวเลยทีเดียว แต่เราว่าก็ยังดีกว่าฝนตกอ่ะ ฝนตกแล้วมันเปียก น้ำเข้ารองเท้าทุกทีเลย เปลี่ยนคู่แล้วนะเนี่ย คู่เก่าๆ ก็เก็บไว้ใส่ตอนฝนไม่ตก ร่มก็ใกล้จะพังอีกต่างหาก ร่มที่เคยใช้ก็พังไปนานแล้ว (ทิ้งไปแล้ว) ร่มที่ใช้อยู่ตอนนี้ซื้อจากไทยเมื่อ 7 ปีก่อน เรายังใช้อยู่นะ ทนทานจริงๆ แต่ก็เกือบพังแล้วล่ะ (นั่นหมายความว่า เราเป็นคนที่รักษาของเก่งใช่ไหม)
อ่านะ...เกิดหน้าฝนแท้ๆ แต่ดันไม่ชอบฝน --" งืมๆๆ หรือว่าเราจะเป็นเจ้าสาวที่กลัวฝนน้า ฮาๆๆ เป็นกำลังใจให้กันและกันต่อไป September 10 Autumn Again เมื่อวานก็ปกติ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นให้น่าดีใจ (แล้วดีหรือเปล่า)
วันนี้...อากาศเย็นลงมาก บอกได้คำเดียวว่า "หนาว" อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 25 องศา เข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้วสิ อากาศดีมากมาย แดดออก ฝนไม่ตก เริ่มมืดเร็วแล้ว ตอนเช้ากับตอนเย็นหนาวจริงๆ ส่วนตอนกลางวันมีแดด ทำให้ไม่หนาว ปีนี้จะเป็นครั้งที่ 4 ที่ได้เจอกับฤดูใบไม้ร่วง โอ้ว...อยู่ญี่ปุ่นจะครบ 3 ปีแล้ว เร็วจัง ไม่คิดว่าตัวเองจะใช้ชีวิตอยู่คนเดียวรอด ฮาๆๆ เพราะว่าเป็นครั้งแรกที่อยู่ไกลบ้านและนานขนาดนี้ (อดทนได้ไงเนี่ย)
ช่วงนี้...ก็ทำแลปทุกวัน (จริงๆ ไม่ใช่เฉพาะช่วงนี้หรอก ก็ทำมาตลอดนั่นแหละ) ผลออกบ้าง ไม่ออกบ้าง แอบเหนื่อยเหมือนกันนะ ถ้าผลออกมาดีก็หายเหนื่อย งานยุ่งจนไม่มีเวลาไปเที่ยวที่ไหนเลย (งืมๆๆ งานยุ่งขนาดนี้ จะเอาเวลาไหนไปหาแฟนเนี่ย) จะรีบทำแลป เขียนทีสิส จะได้จบซะที อยากพักสัก 1-2 ปี หาประสบการณ์การทำงาน แล้วค่อยเรียนต่อดีกว่า (ยังคิดจะเรียนต่ออีกหรอเนี่ย) ดูกันต่อไปก็แล้วกันนะ Cheers!!! September 09 09-09-09 เลขสวยอย่างนี้ไม่มาอัพได้ยังไง วันที่ 9 เดือน 9 ปี 09 อัพเวลา 9 โมง 09 นาที (ตามเวลาประเทศไทย) ขอเก็บเวลาประวัติศาสตร์นี้ไว้ในใจตลอดไปนะ คิดถึงมากมาย ^^ August 16 Hanabi Taikai เมื่อวานไปดูพลุที่ Suwako กับพี่เจี๊ยบ เป็นงานเทศกาลดอกไม้ไฟครั้งที่ 61 ของ Suwako ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันที่ 15 สิงหาคม เมื่อ 2 ปีก่อนเราก็ไปดูกับพี่เบิร์ด (ปีที่แล้วไม่ได้ไปดู เพราะว่ากลับไทย) ส่วนปีนี้เกิดฝนตกหนัก พลุก็จุดน้อย ถ่ายรูปออกมาได้ไม่สวยเลย แดดออกทั้งวัน แต่ฝนดันมาตกตอนงานเริ่ม เซ็งเลยทีเดียว --" คนก็มาเฝ้ารอดูเป็นแสนๆ คน ขากลับคนก็เยอะมาก แน่นรถไฟเลย แทบจะไม่มีที่ให้หายใจ คนรอต่อแถวขึ้นรถไฟยาวมากๆๆ ทำให้เรากลับไม่ทันรถบัสรอบสุดท้ายที่มัตสึโมโตะอย่างแน่นอน ก็เลยไปนอนค้างบ้านพี่เจี๊ยบที่ Shiojiri งืมๆๆ ไม่ได้กะจะไปค้างหรอก ไม่ได้เตรียมเสื้อผ้าไปเลย กลับมาถึงมัตสึโมโตะตอนกลางวันของวันนี้ หมดวันหยุดยาว (ที่ไม่ได้หยุด) แล้ว August 11 Earthquake เกิดแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น เมื่อเวลา 5.07 น. (ตามเวลาญี่ปุ่น) ขณะที่เรากำลังนอนหลับ เตียงเกิดสั่นอย่างแรง เราก็ตื่นขึ้นมา และรีบเปิดทีวีดูข่าวทันที เกิดแผ่นดินไหวที่จังหวัด Shizuoka ในระดับชินโด 6 (อยู่ติดกับจังหวัด Nagano นี่เอง) ซึ่งสะเทือนมาถึง Matsumoto ในระดับชินโด 4 เป็นประสบการณ์เจอแผ่นดินไหวครั้งที่ 4 ในรอบ 3 ปีที่เราอยู่ญี่ปุ่น
นับว่าเป็นการเจอแผ่นดินไหวในญี่ปุ่นที่ใหญ่อีกครั้งหนึ่งในชีวิต 4 ครั้งที่รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือน ยังไม่นับครั้งย่อยๆ ที่เหมือนจะรู้สึก ครั้งแรกเจอเมื่อปี 2007 แผ่นดินไหวที่จังหวัด Niigata ครั้งที่ 2 เป็นแค่ after shock หลังจากเกิดแผ่นดินไหวในครั้งที่ 1 ครั้งที่ 3 เจอเมื่อปี 2008 แผ่นดินไหวที่จังหวัด Iwate สะเทือนไปถึง Tokyo และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แอบตกใจเล็กน้อย เพราะว่าเตียงสั่นแรงมาก แต่ไม่อยากลุกจากเตียง ขอนอนต่อดีกว่า อยากนอนให้เต็มที่ ช่วงนี้ยิ่งนอนไม่หลับอยู่ง่ะ --" August 03 Matsumoto Bon Bon ผ่านไปเรียบร้อยแล้วกับเทศกาลฤดูร้อนของเมืองมัตสึโมโตะ นั่นก็คือ Matsumoto Bon Bon เป็นงานเฉลิมฉลอง (จริงๆ เราก็ไม่รู้ว่าจัดเพื่ออะไร) ผู้คนจะออกมาเต้นตามถนนหลักเหมือนขบวนพาเหรด แบ่งเป็นกลุ่มๆ ตามหน่วยงานของตนเอง เราก็ขอไปร่วมทีมชื่อว่า Metabolics เป็นทีมเบสบอลของพี่ชายมาคิจัง ในกลุ่มก็มีแต่เพื่อนๆ ของพี่ชายมาคิจัง แต่เราก็มีเพื่อนอยู่บ้าง คือ มาคิจัง เคียวโกะจัง และเพื่อนของมาคิจัง (จริงๆ แล้วเราก็ไม่ได้รู้จักใครเลย บางคนก็เคยเห็นหน้าตอนไปดูดอกซากุระด้วยกัน) งานนี้สนุกมากๆๆ เต้นตั้งแต่ 18.00-21.30 น. ทั้งเหนื่อยและปวดขา แต่อากาศไม่ร้อนมาก เพราะว่าก่อนเริ่มงานมีฝนตก พองานเริ่มปุ๊บ ฝนก็หยุดตกปั๊บเลย โชคดีจริงๆ ได้ออกทีวีด้วยนะช่อง Matsumoto Channel (เป็นช่องท้องถิ่น ฟังดูบ้านนอกจัง) เมื่อวานก็นั่งรอดูที่ถ่ายตอนถ่ายทอดสด (เอามาฉายซ้ำ) เต้น 3 ชั่วโมง ออกทีวีอยู่ 3 วินาที ได้เห็นตัวเองด้วย July 22 Sun Eclipse วันนี้...เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงที่ญี่ปุ่น เป็นครั้งแรกที่เราได้มีโอกาสดูจริงๆ (ผ่านฟิล์มเอ็กซ์เรย์ของคนอื่น) อากาศไม่ค่อยดีเลย ท้องฟ้าไม่เคลียร์ เมฆบังไปหมด เห็นแป๊บเดียวเอง คงรอนานกว่ามันจะเต็มดวง ก็เลยเลิกดูดีกว่า กลับไปทำแลปต่อ (ไม่มืดอย่างที่คิด) เห็นไม่เต็มดวงอ่ะ July 20 Lily at Hakuba เมื่อวาน...ไปดูทุ่งดอกลิลลี่ที่ Hakuba Iwatake ซึ่งในฤดูหนาวจะเป็นลานสกี ตอนนี้ลานสกีสีขาวก็กลายเป็นสีเขียวแล้ว ไม่มีหิมะเหลือแล้ว แต่บนยอดภูเขาสูงยังมีหิมะให้เห็นอยู่นะ สมาชิกร่วมทริปก็มีบี พี่นก อ.อิม พี่อาคม และพี่ก๊อต ดอกลิลลี่เยอะมาก มีทั้งสีขาว สีเหลือง สีส้ม สีครีม สีชมพู และสีแดง แต่ฝนตกก็เลยถ่ายรูปแป๊บเดียว (ไปดูรูปได้) July 06 Shopping Day วันเสาร์...ออกไปซื้อของที่ Espa คนเดียว แต่ดันเจอ Daniel เพื่อนชาวอเมริกันโดยบังเอิญ (มาคนเดียวเช่นกัน) เราอุตส่าห์หลบแล้วนะเนี่ยยังเห็นอีก แบบว่าอยากซื้อของคนเดียวน่ะ ไม่อยากเจอใคร ขนาดวิ่งหนีก็ยังตามมาอีก เราก็เลยได้ซื้อของแป๊บเดียว เค้าก็ชวนไปเล่นเกมส์ เล่นเสร็จก็พาเค้าไปเลี้ยงไอติม เนื่องจากเราสัญญาไว้ว่า ถ้าเค้าเล่นชนะจะพาไปเลี้ยงไอติม (ทำตัวเหมือนเด็กๆ เลย) เราก็รู้ตัวอยู่แล้วล่ะว่าเล่นไม่ชนะแน่ๆ แต่ก็เอาเหอะเลี้ยงเพื่อนครั้งเดียวเอง (เค้าออกตังค์ค่าเล่นเกมส์ไปแล้วไง) เราก็อยากกินไอติมที่ Parco เหมือนกัน พอออกมาปรากฏว่าฝนตก คุณเพื่อนก็ไม่มีร่มอีก ก็ต้องอาศัยร่มคันเดียวกันไป มาหาว่าร่มเราเล็กทำเค้าเปียกอีก ร่มคันนี้มันใหญ่แล้วนะ (สำหรับคนเดียว อิอิ) ก็วิ่งไป Parco กัน ฮาๆๆ เราก็แอบแกล้งเพื่อนนิดหน่อย ทำมันเปียกบ้าง เสร็จแล้วเราก็เดินเล่นต่อที่ Parco เหอๆๆ คุณเพื่อนก็เดินตามตลอดเลย ทำอย่างกับมาเที่ยวด้วยกันซะอย่างนั้น หลังจากนั้นเราก็ไปส่งเพื่อนที่ป้ายรถเมล์ (พอดีเพื่อนมีนัดต่อ) ให้เพื่อนกลับไปก่อน เราก็เดินซื้อของต่ออย่างสบายใจ พอเพื่อนกลับไปแล้วฝนก็หยุดตก เอ๊ะ เราเจอกันทำให้ฝนตกเลยหรอเนี่ย
วันอาทิตย์...อยู่บ้าน พักผ่อน นอนหลับทั้งวันเลย แต่อากาศร้อนมากๆๆ ตอนเย็นก็ออกไปซื้อของที่ Apple Land ก็งงๆ ว่าทำไมวันนี้คนเยอะจัง (สงสัยยังมึนๆ อยู่ เพราะว่าเพิ่งตื่น) ก็ได้รู้ว่าวันนี้ Apple Land ปิด 1 ทุ่มตรง (ปิดเร็วกว่าปกติมาก) เพราะว่า Apple Land จะหยุดทำการวันที่ 6-8 Jul. '09 (ทำอย่างกับเมืองไทยที่หยุดวันอาสาฬหบูชากับวันเข้าพรรษา) ของเกือบทุกอย่างลดราคาลงมากๆๆ (ลดกระหน่ำ) อย่างกับจะล้างสต๊อก เราไม่รู้มาก่อนเลยว่าจะปิดเร็ว โชคดีมากๆๆ ที่มาทันเวลา แต่ก็ซื้อของบางอย่างไม่ได้ เพราะว่ามันหมด ของทุกอย่างโดนซื้อจนหมดหิ้งเลยล่ะ (ต้องรีบแย่งคว้า) ไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน แอบตกใจเล็กน้อย |
|
|